วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การดูแลรักษา


การดูแลรักษาไม่ควรถางหญ้าหรือพรวนดินบริเวณโคนต้น ใช้เพียงวิธีการตัดหญ้า
ให้สั้นจะทำให้หน้าดินไม่เสียจากการถูกแสงแดดแผดเผาโดยเฉพาะในหน้าแล้ง 
หญ้าจะช่วยชะลอการระเหยของน้ำที่หน้าดินได้ดี หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
ประมาณปลายเดือนมิถุนายน จะให้ปุ๋ยคอกเช่นมูลม้า วัว ไก่ อีกครั้ง


การให้น้ำ ที่สวนจะให้ทุกๆ 7 วัน หรือทุกๆ 2 สัปดาห์ ในฤดูแล้ง แล้วแต่ความสะดวก 
หากกล้ายังเล็กอยู่อายุไม่ถึงปีควรให้นำ้ทุกสามวันเป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฤดูกาลไหนด้วย

วิธีการให้ปุ๋ย


การใส่ปุ๋ย เนื่องจากที่สวนได้นำม้ามาเลี้ยงเพื่อช่วยกำจัดวัชพืช 
จึงได้ปุ๋ยจากมูลม้าที่เดินเล็มหญ้าและให้ปุ๋ยไปในเวลาเดียวกัน การให้ปุ๋ยของที่สวนจึงเป็นไปอย่างธรรมชาติ


การตัดแต่งใบ จะใช้กรรไกรตัดใบปาล์ม ตัดเฉพาะทางใบที่แก่แล้ว ต้นละประมาณ 2-3 ทางใบ 
ตัดเป็นท่อนสั้นๆวางใว้รอบๆโคนต้นปล่อยใว้ให้สลายกลายเป็นปุ๋ยกลับคืนสู่ต้นอีกครั้ง


โรคแมลงและศัตรูอื่นๆ ยังไม่มีการป้องกันกำจัด เนื่องจากไม่มีการระบาดของศัตรูมากนัก 
แต่อาจมีด้วง เข้ากัดกินยอด นก หนู หรือกระรอกมา รบกวนกัดกินผล 

โดยเฉพาะในช่วงที่ผลใกล้แก่ ควรห่อผลด้วยถุงตาข่าย 
 โดยห่อทั้งทะลายใว้เพื่อป้องกันสัตว์มากัดกิน

ประวัติความเป็นมา ของอินทผาลัม

อินทผลัมเป็นพืชตระกูล ปาล์ม มีหลายสายพันธุ์
มีถิ่นกำเนิดในแถบ ตะวันออกกลาง  สามารถเจริญเติบโต

ได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบ ทะเลทราย
ลำต้นมีความสุงประมาณ 30 เมตร มีขนาดลำต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร

มีใบติดอยู่บนต้นประมาณ 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร
ใบเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ

ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อรสหวานฉ่ำ
ทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

ถึงน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด ผลสุกมักจะนำไปตากแห้ง สามารถเก็บไว้เป็นเวลาหลายปี
มีรสชาติหวานจัด จึงมักถูกเข้าใจผิดว่ามีการนำไปเชื่อมด้วย น้ำตาล

คุณค่าของอินทผาลัม

อินทผาลัม
มีอยู่ 2 ด้านคือ ด้านคุณค่าทางโภชนาการ เพราะอินทผลัมมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น ซัลเฟอร์ เหล็ก โพแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส และน้ำมันโวลาไดท์ เป็นต้น มีเส้นใยมาก ช่วยลดอาการท้องผูกและทำให้ย่อยง่าย รวมทั้งให้พลังงานสูง ทำให้ร่างกายที่อ่อนเพลียกลับมีกำลังวังชาเท่าเดิม
นอกจากนี้ยังสามารถบำรุงกล้ามเนื้อมดลูกและสร้างน้ำนมแม่ด้วย

อีกด้านหนึ่งคือด้านการรักษาโรค อินทผลัมช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ลดความหิว แก้กระหาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ ช่วยลดเสมหะ ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังฆ่าเชื้อโรค พยาธิและสารพิษที่ตกอยู่ในลำไส้ และระบบทางเดินอาหารเพราะอินทผลัมมีฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค อันเป็นสารก่อมะเร็งในช่องท้องได้ 

วิธีการปลุก

การปลูกและการดูแลวีธีการปลูกอินทผลัมสามารถทำได้สามวิธี คือเพาะเมล็ด 
แยกหน่อ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ วิธีการแยกหน่อจะเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ดีที่สุด 
คือต้นกล้าที่ได้จะมีคุณสมบัติเหมือนต้นแม่ทุกประการ แต่เนื่องจากราคา
ต้นหน่อพันธุ์ในประเทศจะจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,500 บาท 
 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งมีราคาสูง หากต้องการปลูกอินทผลัมด้วยหน่อเพียงหนึ่งร้อยต้น 
ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนค่อนข้างมาก อีกทั้งหน่อพันธุ์อาจยังมีไม่เพียงพอ
ต่อความต้องการอีกด้วย ดังนั้นกล้าที่เกิดจากการเพาะเมล็ด 
จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่สนใจปลูกอินทผลัม เพราะมีราคาไม่แพง 
และมีกล้าจำนวนมากพอที่จะจัดหาใว้ลงแปลงปลูกได้ตามต้องการ

เมื่อปลูกแล้วจะใช้เวลาประมาณสองปีเป็นอย่างน้อย อินทผลัมจึงจะเริ่มให้ผลผลิต 
การปลูกจะขุดหลุม ขนาดพอเหมาะกับกล้าที่จะปลูก อย่าให้หน่ออยู่ลึกเกินไป 
ควรปลูกเสมอหน้าดินเดิม หรือจะให้ดินกลบโคนต้นเพียงเล็กน้อย ระยะปลูกใหม่ยังไม่ให้ปุ๋ย 
ให้เพียงแต่น้ำทุกๆ 2-3 วัน เมื่อตั้งตัวแล้วประมาณ 1 เดือน จึงจะเริ่มให้ปุ๋ยคอก 
ต้นละเล็กน้อย หากใช้กล้าจากหน่อในการปลูก ระยะแรกควรมัดรวบใบไว้จนกว่าต้นจะฟื้น
และตั้งตัวได้ จึงจะตัดเชือกที่ผูกออก วิธีการนี้จะใช้กับการย้ายต้นใหญ่ๆ 
ไปปลูกที่อื่นด้วย จะช่วยให้ต้นรอดตายระยะปลูกเนื่องจากทางใบของต้นอินทผลัมเมื่อ
ตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ 4 เมตร .... ฝ่ายประสานงานโครงการวิจัยอินทผลัม อ.นิติธาดา โทร.08-7789-9966, 085-598-8958
ไร่อินทผลัม ม่อนหม่อนปี๋ อ.ลี้ จังหวัดลำพูน